โอเพนซอร์ส

จาก Wiki Opensource

บันทึกนี้ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 02-01-2555

ดูแลโดย WIPAT

เป้าหมาย

  • เพื่อให้เข้าใจถึงประเภทของซอฟต์แวร์แบ่งตามการตลาดคือแบบโอเพนซอร์ส แบบฟรีแวร์ และแบบเชิงพาณิชย์


  1. ลองพิจารณาข้อเท็จจริงของเครื่องคอมพิวเตอร์ 
  2. เครื่อง PC ที่จัดซื้อเป็นเพียง HARDWARE จำเป็นต้องหาซอฟต์แวร์ (SOFTWARE) มาเพิ่มเติมจึงจะทำงานได้
  3. ซอฟต์แวร์ในท้องตลาดที่เราคุ้นเคยส่วนใหญ่คือ MS WINDOWS เช่น WINDOWS XP และ WINDOWS 7
  4. ซอฟต์แวร์ MS WINDOWS ที่ว่ามานี้ เป็นซอฟต์แวร์ทำงานเป็นระบบปฏิบัติการเท่านั้น ทำงานได้แค่พอพิมพ์บันทึกเนื้อหาง่ายๆ หรือท่องอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
  5. หากต้องการพิมพ์จดหมายหรือรายงานสวยๆ ก็ต้องหาซอฟต์แวร์สำนักงานมาเพิ่มเติมอีก ที่เราคุ้นเคยเช่น MS OFFICE รุ่นต่างๆ
  6. ซอฟต์แวร์ทั้ง MS WINDOWS หรือ  MS OFFICE เป็นตัวอย่างของซอฟต์แวร์แบบเชิงพาณิชย์
  7. ประเด็นหลักสำคัญของซอฟต์แวร์แบบ "เชิงพาณิชย์" คือ "ต้องมีค่าใช้จ่ายลิขสิทธ์ในการใช้งาน และไม่สามารถเผยแพร่ต่อได้"
  8. ประมาณว่าเป็นค่าเช่าใช้ซอฟต์แวร์เท่านั้น "เรามีสิทธิ์ใช้เพียงคนเดียว ไม่สามารถทำสำเนาเอาไปให้คนอื่นใช้ได้"
  9. นอกจากนี้ยัง "ปกปิดแก่นความรู้ ถือว่าเป็นความลับของผู้ผลิต" เป็นอันว่าผู้จ่ายเงินก็เป็นเพียงผู้มีสิทธิ์ใช้งานเพียงอย่างเดียว
  10. ในท้องตลาดยังมีซอฟต์แวร์อีกประเภทคือ "ฟรีแวร์"
  11. ประเด็นหลักสำคัญของซอฟต์แวร์แบบฟรีแวร์ คือ "ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายลิขสิทธ์ในการใช้งาน "
  12. อาจมีเงื่อนไขปลีกย่อยเช่น ใช้ได้เฉพาะส่วนบุคคล ห้ามใช้ในองค์กร, หรือห้ามเผยแพร่ ต้องมาดาวน์โหลดจากเว็บผู้ผลิตโดยตรง เป็นต้น
  13. และยังคง "ปกปิดแก่นความรู้ ถือว่าเป็นความลับของผู้ผลิต" เป็นอันว่าผู้ใช้มีสิทธิ์ใช้งานเพียงอย่างเดียว
  14. ตัวอย่างซอฟต์แวร์แบบฟรีแวร์เช่น โปรแกรมป้องกันไวรัสต่างๆ เป็นต้น
  15. ในท้องตลาดมีซอต์แวร์อีกประเภทที่เรียกว่า "โอเพนซอร์ส"
  16. ประเด็นหลักสำคัญของซอฟต์แวร์แบบ "โอเพนซอร์ส" คือ "ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายลิขสิทธ์ในการใช้งาน และยังสามารถเผยแพร่ต่อได้"
  17. หมายความว่าทุกคนมีสิทธิใช้งาน และทำสำเนาเผยแพร่ต่อได้
  18. นอกจากนี้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก็ยัง "เปิดเผยแก่นความรู้" ทำให้ผู้ใช้สามารถศึกษาย้อนรอยไปถึงแก่นความรู้และพัฒนาต่อยอดได้
  19. โอเพนซอร์สเป็นซอฟต์แวร์ที่ผลิดออกมาช่วยเหลือสังคมส่วนรวม ไม่ได้มุ่งหวังแสวงหากำไรแบบซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์
  20. ใครต้องการรู้เข้าใจเรื่องคอมพิวเตอร์อย่างจริงจัง จึงควรต้องหัดใช้โอเพนซอร์สในชีวิตประจำวัน
  21. มีหลายคนอยากนำซอฟต์แวร์ผลงานของตนเองเผยแพร่แบบโอเพนซอร์ส แล้วต้องเจออุปสรรคว่า ไม่สามารถนำเสนอแก่นความคิดได้ เพราะพัฒนามาแบบมั่วๆ
  22. บางคนเข้าใจผิดคิดว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไม่น่าเชื่อถือด้วยเหตุผลว่าไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ในการใช้งาน
    แต่ที่จริงแล้วซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมีความน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถตรวจสอบถึงความถูกต้องของต้นฉบับได้
  23. ตัวอย่างซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สคือระบบปฏิบัติการลินุกซ์, โปรแกรมสำนักงาน LIBRE OFFICE, โปรแกรมท่องอินเทอร์เน็ต FIREFOX เป็นต้น
  24. ในตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โอเพนซอร์สมีแนวโน้มการเติบโตทั้งด้านจำนวนซอฟต์แวร์, คุณภาพซอฟต์แวร์ และจำนวนผู้ใช้
  25. เนื่องจากแนวคิดโอเพนซอร์สเป็นการช่วยเหลือสังคมส่วนรวมให้มีทางเลือกการใช้ซอฟต์แวร์ที่คุณภาพพอเพียงต่อการใช้งาน ทำให้มีทุนมาสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  26. และเนื่องจากโอเพนซอร์สเปิดเผยแก่นความรู้และอนุญาตให้พัฒนาต่อยอดเผยแพร่ต่อได้ จึงทำให้โอเพนซอร์สมีความหลากหลาย
    มีการพัฒนาต่อยอดที่แตกต่างกันออกไปตามความต้องการของผู้พัฒนา ทำให้ผู้ใช้โอเพนซอร์สเองก็สับสนเลือกไม่ถูกว่าควรใช้อะไรกันดีที่เหมาะสมกับตนเอง
  27. มีซอต์แวร์โอเพนซอร์สที่เป็นประโยชน์มากมายได้ถูกรวบรวมไว้เพื่องานที่เหมาะสม ดังตัวอย่างเช่นลินุกซ์ UBUNTU ที่ได้ลองเล่นกันไปแล้ว
  28. ยังมีชุดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในรูปแบบอื่นๆเช่นแผ่นซีดีกู้ภัยรุ่นต่าง หรือแผ่นซีดีเกมส์ เป็นต้น